SOD จากเมล่อน นวัตกรรมอาหารเสริม ต้านอนุมูลอิสระ innar (อินนาร์) by ครูเงาะ
SOD จากเมล่อน นวัตกรรมอาหารเสริม ต้านอนุมูลอิสระ innar (อินนาร์) by ครูเงาะ

แอสตาแซนธิน มหัศจรรย์สารสีแดง

แอสตาแซนธิน มหัศจรรย์สารสีแดง

มกราคม 30, 2016      In Innar Talk No Comments

astatansin

แอสตาแซนธิน มาจากไหน?

 

“แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารสีแดง ตระกูลแคโรทีนอยด์ที่พบในธรรมชาติ เช่น ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้ง เปลือกปู และสาหร่ายฮีมาโตคอกคัสพลูวิเอลิส (Haematococcus Pluvialis) ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์สารชนิดนี้ได้ เราจะได้รับจากอาหารที่ทานเข้าไปในปริมาณที่น้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธินเพียง 1 มิลลิกรัมเท่านั้น แต่กลับพบมากในสาหร่ายฮีมาโตคอกคัสพลูวิเอลิสซึ่งมีอยู่ทั่วไปในแถบภูมิอากาศอบอุ่นทั่วโลก ซึ่งปกติมันจะมีสีเขียวสมบูรณ์ดี แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตอยู่ได้ มันจะปรับตัวเพื่อปกป้องเซลล์ของตัวเองให้อยู่รอด โดยจะสะสมสารต้านอนุมูลอิสระสีแดงเข้ม ก็คือ แอสตาแซนธิน นั่นเอง”

 

แอสตาแซนธิน เจ๋งแค่ไหน?

 

“จากการวิจัยพบว่า แอสตาแซนธิน มีคุณลักษณะโดดเด่นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นที่สุด โดยมีประสิทธิภาพ

…สูงกว่าโคเอนไซม์คิวเทน 800 เท่า

…สูงกว่าคาทีซิน (สารสกัดจากชาเขียว) 560 เท่า

…สูงกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า

…และสูงกว่าวิตามินอี 550 เท่า

 

“จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพและความงามหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากคนญี่ปุ่นนิยมบริโภคสาหร่ายเป็นอาหารประจำวันมากกว่าชาติอื่น ๆ

 

ผิวดีขึ้น Yamashita E. ได้ทำการวิจัยในอาสาสมัครหญิงอายุประมาณ 47 ปี จำนวน 49 คน โดยให้รับประทานแอสตาแซนธิน ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครรู้สึกว่าสุขภาพผิวดีขึ้น คือ ความแห้งและหยาบกระด้างของผิวลดลง ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น ความยืดหยุ่นมากขึ้น ริ้วรอยลดลง

 

         “ดวงตาลดอาการล้า จากการศึกษาทางคลินิกในกลุ่มตัวอย่างของผู้ที่มีอาการสายตาล้าในประเทศญี่ปุ่นโดยให้รับประทานแอสตาแซนธิน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีอาการดีขึ้นถึง 54% โดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

 

         “มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด Iwamoto T. และคณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองถึงฤทธิ์ในการต้านการเกิด LDL Oxidation เทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่น เช่น วิตามินอี และลูทีน ซึ่งพบว่าแอสตาแซนธินมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด

 

ประโยชน์ต่อโรคเบาหวาน Uchiyama และคณะได้ทำการศึกษาวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการแล้วค้นพบว่า แอสตาแซนธินส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเพิ่มความไวต่อการทำงานของอินซูลินกับเซลล์ภายในร่างกายอีกด้วย

 

“ฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อ จากการศึกษาของ Sawaki และคณะ พบว่าหลังจากการให้นักกีฬาวิ่ง 1,200 เมต รับประทานแอสตาแซนธิน สามารถช่วยลดการสะสมของกรดแลคติกอันเป็นสาเหตุของการทำให้กล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออย่างมีนัยสำคัญ

 

“แอสตาแซนธินจึงโด่งดังเป็นที่รู้จักด้วยผลวิจัยทางการแพทย์มากมาย เนื่องด้วยสูตรโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ในการแทรกซึมเข้าปกป้องได้ลึกถึงระดับเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย แตกต่างกับเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นที่ช่วยปกป้องเฉพาะภายในหรือภายนอกของเยื่อหุ้มเซลล์”