SOD จากเมล่อน นวัตกรรมอาหารเสริม ต้านอนุมูลอิสระ innar (อินนาร์) by ครูเงาะ
SOD จากเมล่อน นวัตกรรมอาหารเสริม ต้านอนุมูลอิสระ innar (อินนาร์) by ครูเงาะ

ภัยร้ายทำลายผิวที่มาพร้อมกับแสงแดด คือ รังสี UV

ภัยร้ายทำลายผิวที่มาพร้อมกับแสงแดด คือ รังสี UV

มิถุนายน 17, 2016      In Innar Official Site No Comments

ภัยร้ายทำลายผิวที่มาพร้อมกับแสงแดด คือ รังสี UV

7907f2cf7197bffaedaeb44f1308acbf

 

ย่างเข้าหน้าร้อนทีไร สิ่งที่ทำให้สาวๆ (รวมถึงหนุ่มๆ ด้วย) หวั่นใจไม่น้อย ก็คือ แสงแดดที่แรงสุดๆ พร้อมลมร้อนๆ และมลภาวะต่างๆ ที่พัดพามากระทบใบหน้า แม้ว่าจะทาครีมกันแดดมาอย่างดีแล้ว แต่ดูเหมือนกับว่าทุกอย่างพร้อมจะหลอมละลาย สุดท้ายผิวที่เคยสดใสก็อาจหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ ริ้วรอย รูขุมขนที่กว้างขึ้น และตามมาด้วยสารพัดปัญหาผิว
…..ทั้งนี้ ภัยร้ายทำลายผิวที่มาพร้อมกับแสงแดด คือ รังสี UV ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ UVA สามารถผ่านทะลุเข้าไปทั้งชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ทำอันตรายต่อโครงสร้างและเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและยังเป็นปัจจัยที่เร่งการก่อตัวของอนุมูลอิสระ ซึ่งจะมีผลในการทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย UVB สามารถผ่านทะลุชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นบนเท่านั้น เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดกระ ฝ้า และจุดด่างดำ อีกทั้งทำให้เกิดอาการผิวบวมแดงและแสบร้อน ผิวไหม้และแห้งกร้าน ถ้าผิวถูกแดดเผาเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ UVC เป็นรังสีคลื่นสั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกดูดซับโดยก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศ แต่ก็เป็นที่น่าตกใจ เพราะจากงานวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 พบว่าชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ช่วยกรองรังสียูวีจากดวงอาทิตย์นั้นสลายไป 3-6 % ทุกๆ 10 ปี โดยเฉพาะบริเวณขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นผลมาจากสารคลอรีนที่เป็นมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม โดยทุก 1% ที่ชั้นโอโซนลดลง จะเพิ่มอัตรารังสียูวีที่จะตกกระทบถึงผิวโลก 1% ด้วย

.ในปัจจุบันมีสารกันแดดให้เลือกใช้มากมายจนนับไม่ถ้วน แต่โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ สารกันแดดสะท้อนแสง (physical sunscreen) เป็นสารเพิ่มคุณสมบัติสะท้อนแสง ส่วนมากไม่ทำปฏิกิริยาการแพ้กับผิวหนัง เช่น titanium dioxide, zine oxide เป็นต้น สารในกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA, UVB, visible light และ infrared light อีกกลุ่มคือ

…..สารกันแดดดูดแสง (chemical sunscreen) เป็นสารที่สามารถดูดซับพลังงานของแสงแดดไว้ก่อนที่แสงลงไปที่ผิวหนัง สารในกลุ่มนี้มีหลายชนิด ซึ่งสามารถดูดซับพลังงานในช่วงที่ต่างกันและอาจทำให้เกิดการแพ้ได้

…..ส่วนค่า SPF Sun Protection Factor เป็นค่าในการวัดอัตราการปกป้องผิวจากรังสี UVB โดยเป็นคำที่ถูกกำหนด และยอมรับโดยยุโรป และอเมริกา และตัวเลขที่อยู่หลัง SPF ก็คือ ( ดัชนีป้องกันแสงแดด) ตัวเลขนี้จะบอกระยะเวลานานที่สุดที่คุณสามารถอยู่กลางแสงแดดได้ก่อนผิวจะไหม้เกรียม จำนวนเท่าที่สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ โดยเทียบกับผิวปกติที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ไม่ได้บ่งบอกว่าจะสามารถป้องกันรังสี UVA ได้แต่จะป้องกันเพียงแค่ UVB เท่านั้นเอง

แต่เราสามารถดูจากค่าความป้องกัน UVA ได้จาก PA (Protection Grade of UVA หรือระดับการป้องกันแสง UVA) นั่นเอง ซึ่งระดับการป้องกันแสง UVA ที่บอกค่าโดย PA มีอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ PA+ สามารถกันยูวีเอได้บางส่วน ส่วนมากจะกันได้ช่วง 320-340 นาโนมิเตอร์เท่านั้น เหมาะกับการป้องกัน ทั่วๆ ไป PA++ สามารถกันยูวีเอได้เกือบครบทั้ง 400 นาโนมิเตอร์ เหมาะกับผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วน PA+++ สามารถกันยูวีเอได้ครบถึง 400 นาโนมิเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันแสงแดดเป็นเวลานาน

…….ครีมกันแดดโดยทั่วไปจะมีค่า SPF 15-50 PA+ ขึ้นไป ซึ่งมีทั้งครีมกันแดดที่สามารถกันน้ำได้และกันน้ำไม่ได้ ซึ่งผลิตออกมาหลายรูปแบบ เช่น ครีม สเปรย์ และโลชั่น เป็นต้น ส่วนครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของครีมรองพื้น ซึ่งมีคุณสมบัติทั้งป้องกัน UV จากแสงแดดและช่วยปรับสภาพสีผิวให้เรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น ค่า SPF ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ SPF15-30 PA+ ขึ้นไป แต่ในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมการนำ BB Cream ( Blemish Balm Cream ) นำมาผสมผสานกับครีมกันแดดเพื่อการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยคุณสมบัติที่เด่นชัดของ BB Cream ในเรื่องของการปรับสภาพสีผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเนื้อครีมที่บางเบากว่าครีมรองพื้นทั่วไป จึงไม่ทิ้งความมันไว้บนใบหน้า มีค่า SPF15-50 PA+++ ซึ่งเหมาะกับสภาพผิวของคนเอเชียเป็นอย่างดี

แต่คุณรู้หรือไม่ ผิวหนังก็มีกลไกป้องกันตัวเองจากแสงแดดได้เช่นกัน 

……โดยในภาวะปกติผิวหนังจะป้องกันตัวเองโดยสร้างเม็ดสีที่ผิวหนังเพิ่มขึ้นและเพิ่มความหนาของเซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าชั้นบนเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด โดยเซลล์ชั้นบนสุดจะสะท้อนรังสี UV และยังมีโปรตีนบางชนิด ที่สามารถดูดซับรังสี UV โดยเฉพาะช่วงของ UVB ได้

…..วิธีง่ายๆ คือ พยายามปกป้องผิวจากแสงแดด โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10.00 น. ถึง 15.00 น. ซึ่งจะมีปริมาณของแสง UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักในการเกิดการไหม้แดดมากกว่าช่วงเวลาอื่นของวัน ถ้าจำเป็นต้องออกไปกลางแดด ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม พยายามอยู่ในที่ที่มีร่มเงา สวมแว่นตากัน UV เพื่อป้องกัน การเกิดต้อกระจก

ข้อมูลโดย : บริษัท โซล ซีเครท (ประเทศไทย) จำกัด